..
พุทธสุภาษิต : นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ - นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง.

  • กลับไปยัง : นานาสาระ
  •      เรื่อง : ทางเดินชีวิต : พุทธทาสภิกขุ




    ทางเดินชีวิต

    --------------------------------------------------------


    ..........‍‍‍‍ชีวิตคนเรานั้น แท้จริงคือการเดินทางชนิดหนึ่ง ซึ่งเดินจากความที่เต็มไปด้วยทุกข์ ไปยังที่สุดจบสิ้นของความทุกข์ที่ตนเคยผ่านมาแล้วนั่นเอง ไม่ว่าผู้นั้นจะทราบหรือไม่ทราบรู้สึกหรือไม่รู้สึก ชีวิตก็ยังคงเป็นการเดินทางเรื่อยไปอยู่นั่นเอง เมื่อเดินไปทั้งไม่ทราบก็ย่อมมีความระหกระเหินบอบช้ำเป็นธรรมดา

    ..........‍‍‍‍การเดินทางของชีวิตนี้มิใช่เป็นการเดินด้วยเท้า ทางของชีวิตจึงมิใช่ทางที่จะเดินด้วยเท้าอีกเช่นเดียวกัน บัณฑิตทั้งหลายในกาลก่อนได้พากันสนใจใน “ทางชีวิต” กันมากเป็นพิเศษ ในฐานะที่เป็นทางของจิตอันจะวิวัฒน์ไปในทางสูง ซึ่งจะได้ไปสูงกว่าทางวัตถุหรือทางกายอย่างที่จะเทียบกันไม่ได้เลย

    ..........‍‍‍‍สิ่งที่เรียกกันว่าทางนั้น แม้จะมีสายเดียวก็จริง ตามธรรมดาต้องประกอบด้วยองค์คุณหลายประการเสมอ ทางเดินเท้าทางไกลแรมเดือนสายหนึ่งจะต้องประกอบด้วยสะพาน ร่มเงา ที่พักพาอาศัยระหว่าง ทางการอารักขาคุ้มครองในระหว่างทาง การหาอาหารได้เสมอไปในระหว่างทาง ฯลฯ ดังนี้เป็นต้น ฉันใด ทางชีวิตแม้จะสายเดียวดิ่งไปสู่ความพ้นทุกข์ก็จริง แต่ก็ต้องประกอบไปด้วยองค์คุณหลายประการฉันนั้น

    ..........‍‍‍‍ศาสนา เป็นองค์คุณอันสำคัญโดยช่วยให้ชีวิตนี้มีความสดชื่นเยือกเย็น พอที่จะเป็นอยู่ไม่ร้อนเป็นไฟ เช่นเดียวกับน้ำเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงพฤกษชาติให้สดชื่นงอกงามอยู่ตลอดเวลา ฉันใดก็ฉันนั้น

    ..........‍‍‍‍ปรัชญา เป็นองค์คุณที่ช่วยให้เกิดอุดมคติ อันมีกำลังแรงในการที่จะกระตุ้นให้ปฏิบัติตามศาสนาหรือหน้าที่อื่นๆ ทำให้เกิดความเชื่อ ความเพียร และคุณธรรม อื่นๆที่เป็นตัวกำลังสำคัญด้วยกันทั้งนั้น อย่างมากพอที่จะไม่เกิดการท้อถอยหรือโลเลหรือหันหลังกลับ โดยสรุปก็คือ ช่วยให้มีความเป็นนักปราชญ์ หรือมีปัญญาเครื่องให้ดำเนินตนไป จนลุถึงปลายทางที่ตนประสงค์

    ..........‍‍‍‍วิทยาศาสตร์ ช่วยให้เป็นผู้รู้จักเหตุผลและให้อยู่ในอำนาจแห่งเหตุผล เพื่อให้ชีวิตนี้ไม่หลับหูหลับตาเดินไปอย่างโง่เง่างมงาย ซึ่งจะทำให้เดินไม่ถึงหรือถึงช้า และไม่ได้รับผลเป็นที่พอใจ

    ..........‍‍‍‍ศิลปะ โดยเฉพาะก็คือศิลปะแห่งการครองชีวิตหรือการบังคับตัวเองได้ ช่วยให้ชีวิตนี้ดูแจ่มใสงดงามน่าชุ่มชื่นใจ น่ารักใคร่ นำมาซึ่งความเพลิดเพลินในการก้าวหน้าไปด้วยความรู้และการกระทำที่ดูงามทั้ง ในเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย

    ..........‍‍‍‍ภูมิธรรม คือธรรมสมบัติหรือความดีความจริง ความยุติธรรมที่ประกอบอยู่ที่เนื้อที่ตัวช่วยเหลือให้เกิดบุคลิกลักษณะ อันนำมาซึ่งความเลื่อมใสความไว้วางใจ ความน่าคบหาสมาคมจากชีวิตรอบข้าง ทำให้ชีวิตนั้นตั้งอยู่ในฐานะเป็นปูชนียบุคคลเป็นที่พึ่งแก่ตนเองได้และเป็น เครื่องยึดเหนี่ยวของชีวิตทั้งหลาย

    ..........‍‍‍‍ความรู้ ช่วยให้มีความสามารถในการที่จะใช้ความคิด และการวินิจฉัยสิ่งต่างๆได้อย่างกว้างขวางในการตัดสินใจ การค้นคว้าทดลอง การแก้ไขอุปสรรค และอื่นๆในอันที่จะให้เกิดผลในการครองชีพการสมาคม และอื่นๆที่จำเป็นทุกประการโดยสมบูรณ์

    ..........‍‍‍‍สติปัญญา ช่วยให้เกิดสมรรถภาพหรือปฏิภาณในการดำเนินงานของชีวิต ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ตามแนวของความรู้ ทำให้งานของชีวิตทุกชนิดทุกระดับดำเนินไปได้โดยง่ายโดยเร็วโดยสมบูรณ์และปลอดภัยโดยประการทั้งปวง

    ..........‍‍‍‍อนามัย ช่วยให้มีกำลังกายอันเป็นบาทฐานแห่งกำลังใจ มีความแคล่วคล่องว่องไว อาจหาญ ร่าเริง สะดวกกายสบายใจ ในการเป็นอยู่ของตน ทำกายนี้ให้เป็นเหมือนม้าที่เจ้าของเลี้ยงดูอย่างถูกต้อง ที่สุดแล้วสามารถเป็นพาหนะนำเจ้าของไปสู่ที่มุ่งหมายได้ ฉันใดก็ฉันนั้น

    ..........‍‍‍‍องค์คุณ ๘ ประการนี้ กำลังรวมกันเป็นทางสายเดียวของข้าพเจ้า ช่วยให้ชีวิตของข้าพเจ้าดำเนินไปได้อย่างเป็นที่พอใจมาก จนถึงกับนึกอยากจะยืนยันแก่เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายทั้งหลายว่า จงลองเดินทาง สายนี้อันประกอบด้วยองค์คุณ ๘อย่างนี้ดูบ้างเถิด ผลในโลกนี้คือ ทรัพย์ ชื่อเสียง และมิตรภาพ ก็ตาม ผลในโลกหน้าคือสุคติก็ตาม และผลอันสูงสุดพ้นจากโลกทั้งปวงคือนิพพานก็ตาม จักเป็นสิ่งที่หวังได้ครบถ้วนโดยไม่ต้องสงสัยเลย

    ..........‍‍‍‍องค์คุณทั้ง ๘ นี้ ต้องมีครบถ้วนพอเหมาะส่วน และเข้ากันสนิทพร้อมที่จะส่งเสริมซึ่งกันและกันอยู่ตลอดเวลา จึงจะสำเร็จเป็นตัวทางและเป็นการเดินทางในตัวมันเองอยู่แล้วทุกขณะไม่มีการถอยหลัง

    ..........‍‍‍‍โลกทุกวันนี้มีอะไรๆ มากเกินไป ในทางที่จะผูกพันธ์ชีวิตนี้ให้ตกอยู่ภายใต้อำนาจของสิ่งบีบคั้นเผาลน เผลอไปเพียงนิดเดียวก็จักลื่นไถลลงไปในกองเพลิงชนิดที่ยากจะถอนตัวออกมาได้ และถึงกับตายอยู่ในกองเพลิงนั้นเป็นที่สุด เพราะเหตุนั้นจึงเป็นการสมควรหรือจำเป็นสำหรับชีวิตทุกชีวิต ที่จะต้องแสวงหาทางและมีทางของตนอันถูกต้องปลอดภัย เพื่อก้าวหน้าไปสู่ความสะอาดหมดจดสว่างไสวและสงบเย็นสมตามความปรารถนา ไม่เสียทีที่ได้เวียนมาในเกลียวแห่งวัฏสงสาร จนกระทั่งมามีชีวิตในวันนี้กับเขาด้วยชีวิตหนึ่ง

    ..........‍‍‍‍โลกทุกวันนี้มากไปด้วยขวากหนาม อันเป็นอันตรายมากยิ่งขึ้นเพียงใด ชีวิตนี้ก็ต้องเพียบพร้อมไปด้วรคุณธรรมและสมรรถภาพอันจะเป็นเครื่องป้องกัน และแก้ไขอันตรายนั้นๆมากขึ้นเพียงนั้น เพราะฉะนั้นอย่างน้อยที่สุดเขาจะต้องมีหนทางอันประกอบไปด้วยองค์แปดประการ ดังกล่าวทางไปของชีวิต ในด้านจิตหรือวิญญาณของเขาผู้นั้นจึงจะก้าวไปด้วยดี คู่กันไปได้กับการก้าวหน้าในทางวัตถุหรือทางกายของโลกแห่งสมัยนี้ อันกำลังก้าวกันไปอย่างมากมายจนเกินพอดีหรือผิดส่วนไม่สมประกอบ จนทำโลกให้ระส่ำระสายเป็นประจำวันอยู่แล้ว

    ..........‍‍‍‍ทางชีวิตแห่งสมัยนี้โลดโผน โยกโคลง ขรุขระ ขึ้นๆ ลงๆ ยิ่งกว่าสมัยเก่าก่อน เกินกว่าที่จะดำเนินไปได้ง่ายๆโดยการใช้วิธีการง่ายๆ สั้นๆ เหมือนที่แล้วมา นับว่าเป็นโชคดีของพุทธบริษัทเราที่เรามีพระพุทธศาสนาอันแสนประเสริฐของเรา ซึ่งอาจจะอำนวยสิ่งต่างๆ อันเป็นองค์คุณ ๘ ประการนั้นให้แก่เราได้อย่างครบถ้วน พุทธศาสนาของเรามีเหลี่ยมพรายอันสมบูรณ์แล้ว แต่เราจะเพ่งดูกันในเหลี่ยมไหนก็มีให้ดูเป็นให้ได้ครบทุกอย่างทุกเหลี่ยม

    ..........‍‍‍‍พุทธศาสนา ในฐานะที่เป็นทั้งศาสนา เป็นทั้งปรัชญา เป็นวิทยาศาสตร์ เป็นศิลปะแห่งการครองชีวิต เป็นภูมิธรรมที่พึงประสงค์ของมนุษยชาติ เป็นความรู้ที่ครบถ้วน เป็นสติปัญญาที่คล่องแคล่ว และเป็นอนามัยทั้งทางกายและทางจิตเหล่านี้ แต่ละเหลี่ยมๆ นั่นเอง นับเป็นองค์คุณครบทั้ง ๘ ประการ ที่รวมกันเข้าเป็นตัวทางและเป็นการเดินทางพร้อมกันไปในตัวดังที่กล่าว แล้ว

    ..........‍‍‍‍ข้าพเจ้าขอชักชวนเพื่อนร่วมการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งหลาย ให้สนใจในทางอันเอกอันเป็นทางดิ่งไปสู่ความสิ้นทุกข์ของบุคคลผู้เดียวแต่ละคน ๆ ทางนี้

    ..........‍‍‍‍ข้าพเจ้าขอชักชวนให้พร้อมใจกันต่อสู้โดยทุกวิถีทางเพื่อให้ทางๆ นี้ยังคงเปิดเผยปรากฏอยู่เป็นทางเดินของสรรพสัตว์ทั้งหลาย

    ..........‍‍‍‍ข้าพเจ้าขอชักชวนมิตรสหายทั้งหลาย ให้สละแม้กระทั่งชีวิตเพื่อป้องกันหนทางอันนี้เอาไว้ให้ยังคงอยู่เป็นทางรอด ของตนเอง และของเพื่อนสัตว์ทั้งหลายตลอดกาลอันไม่มีที่สิ้นสุดในนามแห่งพระพุทธองค์ ผู้ทรงประกาศความจริงสากลแห่งมนุษยชาติทั้งมวล

    พุทธทาสภิกขุ
    ๑ กันยายน ๒๔๙๕

     


    จาก : จุลสารพระธรรมฑูต วัดไทยลาสเวกัส (2547)
    ที่มา : http://www.alittlebuddha.com/html/Jullasarn2004/J0243/Jullasarn02_9.html

    รายงาน ณ วันที่ 19 ต.ค. 2552 เวลา 14:41:17 น.



    โปรดร่วมแสดงความคิดเห็น :

    มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน โปรดติดต่อ Admin ได้ตลอด 24 ชั่วโมง